เศรษฐกิจไทยปี 2553 (1)

วิกฤตการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลก อันมีต้นตอจากปัญหาหนี้สินซับไพรม์ (sub-prime) หรือหนี้ด้อยคุณภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมทั้งต่อเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2551 เป็นต้นมา ทำให้การส่งออกและการลงทุนหยุดชะงัก

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขั้นร้ายแรงดูเหมือนได้ผ่านพ้นไปแล้ว โดยแหล่งพยากรณ์ต่างๆ เชื่อว่าเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเศรษฐกิจไทย จะเริ่มฟื้นตัวในปีนี้ ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังก็เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ในอัตราร้อยละ 3.3-5.3 และร้อยละ 3.5 ในปี 2553 หลังจากที่หดตัวไปประมาณร้อยละ 2.5-3.5 และร้อยละ 2.8 ในปี 2552 ตามลำดับ

ดวงดาวซึ่งเคยบ่งบอกข้อมูลเศรษฐกิจไทยอย่างแม่นยำสำหรับปี 2551-2552 ให้ข้อมูลสำหรับปี 2553 ว่าอย่างไร?

1.   ทบทวนคำทำนายเศรษฐกิจปี 2552

การฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ของเศรษฐกิจไทยครั้งนี้รวดเร็วกว่าวิกฤตการณ์ปี 2540-2541 ซึ่งเป็นไปตามคำทำนายที่ได้ให้ไว้เมื่อต้นปี 2552 ดังต่อไปนี้

“….. วิกฤตการณ์เศรษฐกิจไทยรอบนี้ไม่น่าเลวร้ายเหมือนสมัยปี 2540-2541 ทั้งนี้เพราะพฤหัสจะโคจรเข้าเรือนชะตาที่ 10 ตั้งแต่เดือนมกราคมนี้ และจะอยู่ในเรือนชะตานี้ตลอดเวลาที่เหลือของปี 2552 เป็นการช่วยให้รัฐบาลดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาได้เหมือนสมัยวิกฤตการณ์ปี 2527-2528 ซึ่งเป็นช่วงที่พฤหัสโคจรเข้าเรือนชะตาที่ 10 เช่นกัน

ในสมัยนั้น พฤหัสจรได้ช่วยให้รัฐบาลของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รับมือและจัดการกับวิกฤตการณ์เศรษฐกิจได้สำเร็จ ไม่เหมือนสมัยวิกฤตการณ์ปี 2540-2541 ที่การแก้ไขปัญหาของรัฐบาล พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ไม่ประสบผล เพราะมีมฤตยูจร (Uranus Transit) กุมจุดอาทิตย์เที่ยงวันคอยรังควาญ ทำให้รัฐบาลขาดความมั่นคงในการแก้ไขปัญหา จนกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล”

2.  การฟื้นตัวของเศรษฐกิจปี 2553

มุมเล็ง (opposition) หรือ 180 องศาระหว่างพลูโตจร (Pluto Transit) กับมฤตยู (Uranus) ในเรือนชะตาที่ 2 ของดวงเมือง (อันเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน และ/หรือการคลัง) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่บอกถึงวิกฤตการณ์เศรษฐกิจไทยรอบนี้ได้หมดกำลังลงโดยเด็ดขาดแล้ว แม้พลูโตจะเดินถอยหลัง (retrograde) อีกครั้งหลังกลางปี 2553 แต่ก็ทำมุมกับมฤตยูห่างเกินกว่าที่จะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ

ส่วนมุมกุม (conjunct) หรือ 0 องศาระหว่างพลูโตจรกับพฤหัส (Jupiter) ในเรือนชะตาที่ 8 ของดวงเมือง (อันเกี่ยวกับเรื่องการเงินต่างประเทศ) ก็หมดฤทธิ์ไปด้วยแล้วเช่นกัน อีกทั้งมุมกุมระหว่างพลูโตจรกับเสาร์ (Saturn) ในเรือนชะตาที่ 8 ก็อ่อนกำลังลงเป็นอย่างมาก

แม้ว่าเสาร์จรยังคงทำมุมเล็งแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) กับพุธ (Mercury) ซึ่งตั้งอยู่ที่ 4:47 องศาราศีเมษ (Aries) และเป็นดาวครอง (ruler) เรือนชะตาที่ 2 และเรือนชะตาที่ 5 ของดวงเมือง (อันเกี่ยวกับเรื่องตลาดหุ้น ธุรกิจท่องเที่ยว และ/หรือธุรกิจบันเทิง) ต่อเนื่องจากปีก่อน หรือระหว่างวันที่ 13 ธันวาคม 2552 – 14 กุมภาพันธ์ 2553 บอกถึงปัญหาเศรษฐกิจ การเงิน และตลาดหุ้นของประเทศ แต่ก็เป็นเรื่องชั่วคราวเพียงช่วงสั้นๆ

นอกจากนี้ เสาร์จรก็กำลังทำมุมตรีโกณ (trine) หรือ 120 องศาหนุนจุดอาทิตย์เที่ยงวัน (Midheaven) และพลูโตในเรือนชะตาที่ 10 โดยห่าง 1:10 องศา และ 3:42 องศาตอนที่มันมนต์สนิทที่ 4:39 องศาราศีตุลย์ (Libra) ในวันที่ 13 มกราคมศกนี้ ตามลำดับ ทั้ง 2 ตำแหน่งนี้เกี่ยวข้องกับอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย จึงเป็นการช่วยพยุงและประคับประคองเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้

3.  การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจปี 2553-2554

ช่วงเลวร้ายที่สุดของเศรษฐกิจไทยได้ผ่านพ้นไปแล้ว อย่างไรก็ตาม พลูโตจร (Pluto Transit) ยังมีบทบาทสำคัญในการกดดันเศรษฐกิจไทยในปี 2553 เพราะจะทำมุมตั้งฉาก (square) หรือ 90 องศากับพุธแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) ระหว่างวันที่ 14 มกราคม – 9 กรกฎาคม 2553 และวันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 – 14 มกราคม 2554

มุมนี้ไม่เพียงส่งผลต่อเนื่องในระยะยาว แต่เป็นตัวฉุดเศรษฐกิจ บอกถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังต้องดำเนินต่อ ตรงกับการที่ศาลปกครองระยองได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552 ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศให้ท้องที่เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดทั้งหมด รวมทั้งตำบลเนินพระ ตำบลมาบข่า และตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง ตลอดจนท้องที่ตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง เป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552 ศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำสั่งในคดีมาบตาพุดให้ระงับโครงการหรือกิจการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 65 โครงการ และให้เดินหน้า 11 โครงการหรือกิจกรรมที่ไม่น่าก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงหรือชัดเจน เพื่อคุ้มครองชุมชนมาบตาพุดเป็นการชั่วคราว 

คำสั่งของศาลปกครองทั้ง 2 กรณีนี้ได้เปิดศักราชใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ต่อจากนี้เป็นต้นไป รัฐบาล หน่วยราชการ รวมทั้งภาคธุรกิจเอกชน ต่างต้องรับผิดชอบมากกว่าที่ผ่านมา ไม่ละเลยหรือหลีกเลี่ยงกฎหมาย ไม่เอาเปรียบสังคม ไม่มองข้ามความเป็นอยู่ของประชาชน โดยไม่สนใจใยดีกับเรื่องปัญหามลพิษ ต้องหันมาคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังเสียที

ทั้งหมดนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการลงทุนของภาคธุรกิจเอกชนและต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ โดยการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งนี้จะใช้เวลานานประมาณ 2 ปีหรือถึงปี 2554 ตามข้อมูลระยะเวลาการทำมุมตั้งฉากระหว่างพลูโตจรกับพุธ

แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะถูกกระทบในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่น่าจะส่งผลดีต่อประเทศในระยะยาว อีกทั้งผลกระทบในระยะสั้นนี้ก็ไม่ถึงขั้นทำให้เศรษฐกิจไทยหยุดชะงัก เพราะพฤหัสจร (Jupiter Transit) มีกำหนดการเข้าช่วยหนุนเศรษฐกิจและการเงินของประเทศในปีนี้ ด้วยการทำมุมกุมศุกร์แนบแน่น (ภายใน 1 องศา) ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2553 และวันที่ 16 ตุลาคม – 22 ธันวาคม 2553 และการกุมพุธ ตอนที่มันมนต์สนิท (station) ที่ 3:24 องศาราศีเมษในวันที่ 23 กรกฎาคม 2553 ห่าง 1:23 องศา อีกทั้งมฤตยูจรก็จะทำมุมกุมพุธไล่เลี่ยกับพฤหัสจร ตอนที่มันมนต์สนิท (station) ที่ 0:35 องศาราศีเมษ (Aries) ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2553 ห่าง 3:12 องศา

นอกจากนี้ เนปจูนจร (Neptune) ก็จะทำมุมตรีโกณหนุนมฤตยูเช่นกัน โดยจะแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2553 แม้ว่ามุมนี้ยังไม่ส่งผลมากนักในปีนี้ เพราะเนปจูนยังโคจรไม่ถึงตำแหน่งของมฤตยู ทำมุมได้แนบแน่นเพียงช่วงสั้นๆ แต่ก็ช่วยหนุนเศรษฐกิจได้บ้าง  

4.  เสถียรภาพเศรษฐกิจปี 2553

แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในปี 2553 โดยเศรษฐกิจจะเริ่มขยายตัวอีกครั้ง แต่อัตราการเจริญเติบโตยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก เพราะภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมยังต้องใช้เวลาปรับตัวกับบรรยากาศการดำเนินงานและการลงทุนที่เปลี่ยนไป อีกทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจในปีนี้ก็ยังสูง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี ทั้งนี้เพราะมฤตยูในดวงเมืองจะถูกดาวจรรอบนอก (transitory outer planets) สลับกันทำมุมท้าทาย ดังต่อไปนี้

โดยสรุป เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปในปีนี้ โดยยังผันผวนในช่วงครึ่งแรกของปี แต่เมื่อย่างเข้าช่วงครึ่งหลังของปี เศรษฐกิจจะเริ่มดูสดใสมากขึ้นตามลำดับ

 

 

หลักสูตรอบรมโหราศาตร์สากลเบื้องต้น

เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจศึกษาวิชาโหราศาสตร์สากล แต่พลาดโอกาสเข้าร่วมหลักสูตรปี 2552 บ้านโหราเป็นเอก ร่วมกับยูเรสโตร จึงได้กำหนดเปิดหลักสูตร “โหราศาสตร์สากลเบื้องต้น” สำหรับปี 2553 โดยมีกำหนดการอบรมทุกวันเสาร์เวลา 9:30 น. – 12:30 น. ระหว่างวันที่ 13 กุมภาพันธ์ – 24 เมษายน 2553 (ยกเว้นวันเสาร์ที่ 17 เมษายน 2553) รวมทั้งสิ้น 10 ครั้งๆ ละ 3 ชั่วโมง เป็นเวลาทั้งสิ้น 30 ชั่วโมง สำหรับจำนวนที่รับในครั้งนี้ไม่เกิน 10 ท่าน ผู้สนใจติดต่อขอรายละเอียดได้ที่

บ้านเป็นเอก
อาคารบ้านดนตรี ภายในโครงการBanana Family Park
ซอยอารีย์ 1 ถนนพหลโยธิน
โทรศัพท์ : 0-2619-9986

อนึ่ง ยูเรสโตรจะบรรยายและสนทนาเกี่ยวกับขอบเขตเนื้อหาของหลักสูตรให้ผู้สนใจรับทราบในวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2553 เวลา 10:30 – 11:30 น. โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ผู้สนใจติดต่อจองที่นั่งได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2553 (รับไม่เกิน 30 คน)